แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศัพท์โลจิสติกส์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศัพท์โลจิสติกส์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Backorder - การส่งสินค้าชดเชยตามจำนวนที่ขาด


Backorder แบ็คออเดอร์ เป็นการส่งสินค้าตามจำนวนที่เคยสั่งมาแต่ส่งไปไม่ครบในคราวก่อน เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น ผลิตไม่ทัน เครื่องจักรมีปัญหา สายการผลิตมีปัญหา วัตถุขาดแคลน จึงทำให้ต้องส่งสินค้าเท่าที่มีไปก่อน แล้วจึงส่งแบ็คออเดอร์ตามไป

หมายเหตุ ไม่ใช่ทุกกรณีที่ลูกค้าจะยอมรับแบ็คออเดอร์ บางครั้งการส่งสินค้าได้ไม่ครบตามจำนวนในเวลาที่ลูกค้ากำหนดอาจหมายถึงการสูญเสียลูกค้าและไม่ได้รับค่าสินค้าใด ๆ จากลูกค้าเลย



ที่มา: CSCMP Glossary
ขอบคุณภาพจาก : http://www.extendcode.com

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

3PL และ 4PL - โลจิสติกส์บุคคลที่ 3 และบุคคลที่ 4

3PL ย่อมาจาก Third-Party Logistics แปลว่า โลจิสติกส์บุคคลที่ 3 หมายถึง การว่าจ้างเหมาช่วงกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดขององค์กรให้บริษัทภายนอกซึ่งเชี่ยวชาญเฉพาะเป็นผู้ดำเนินการ

คำว่า 3PL มีการใช้ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 โดยใช้เป็นคำย่อสำหรับบริษัทด้านการตลาดที่เป็นผู้ดำเนินการตามสัญญาการขนส่ง ซึ่ง ณ เวลานั้นสัญญาการขนส่งจะถูกกระทำเพียงสองกลุ่มคือบริษัทขนส่ง (Carrier) และบริษัทชิปปิ้ง (Shipping) ดังนั้นเมื่อมีบริษัทการตลาดดังกล่าวเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับคำสั่งขนส่งจากบริษัทชิปปิ้งและส่งต่อไปยังบริษัทขนส่ง (ทางราง) บริษัทการตลาดนั้นจึงกลายเป็นบุคคลที่สามในสัญญาการขนส่ง และนั่นคือจุดกำเนิดของคำว่า 3PL

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาคำว่า 3PL ก็แพร่หลายไปยังกลุ่มบริษัทที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์ โดยทั่วไปมักจะเป็นการบริการแบบเหมารวม ไม่ว่าจะเป็น บริการขนส่ง บริการคลังสินค้า บริการครอสด็อกกิ้ง บริการจัดการพัสดุคงคลัง บริการด้านบรรจุภัณฑ์ และบริการนำเข้า-ส่งออก

ในทางกฎหมาย 3PL จะหมายถึง บุคคลที่รับ ถือ หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อการขนส่งสินค้าทางธุรกิจ แต่มิได้เป็นเจ้าของสินค้านั้น

4PL ย่อมาจาก Fourth-Party Logistics แปลว่า โลจิสติกส์บุคคลที่ 4 ซึ่งหน่วยงานหรือองค์กรที่ดำเนินการกิจกรรมทางโลจิสติกส์ให้บริษัทอื่น ๆ แต่มีความต่างจาก 3PL ดังนี้

1) 4PL ถูกก่อตั้งในลักษณะของบริษัทร่วมทุน หรือไม่ก็มีสัญญาระยะยาวกับลูกค้าหลักเจ้าใดเจ้าหนึ่ง
2) 4PL ดำเนินการเสมือนเป็นตัวแทนเพียงผู้เดียวของลูกค้าในการทำสัญญาทางธุรกิจใด ๆ กับผู้ให้บริการทางโลจิสติกส์หลาย ๆ ราย
3) กิจกรรมในห่วงโซ่อุปทานแทบทั้งหมดของลูกค้าจะถูกจัดการโดยบริษัท 4PL
4) บางครั้งบริษัท 3PL รายใหญ่ ๆ ก็ตั้งหน่วยงานในลักษณะของ 4PL ภายใต้โครงสร้างการบริหารของตัวเอง



ที่มา : CSCMP Glossary
ขอบคุณภาพจาก : http://www.supplychain247.com

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Sales and Operations Planning (S&OP) - การวางแผนการขายและการปฏิบัติการ

Sales and Operations Planning (S&OP) - การวางแผนการขายและการปฏิบัติการ เป็นกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ประนีประนอมความขัดแย้งทางวัตถุประสงค์ด้านธุรกิจและวางแผนถึงการดำเนินการด้านซัพพลายเชนในอนาคต

S&OP มักจะเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับหลากหลายตำแหน่งหน้าที่ในองค์กร เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต และฝ่ายการเงิน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเห็นพ้องต้องกันในเรื่องของแผนหรือการพยากรณ์เพียงหนึ่งเดียวที่จะสามารถขับเคลื่อนธุรกิจทั้งหมดทั้งมวลขององค์กรได้

อย่างไรก็ดี บางองค์กรอาจรวมลูกค้าและผู้ส่งมอบสินค้าเข้ามาร่วมในการวางแผนการขายและปฏิบัติการด้วย

S&OP เป็นเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพในการกำจัดมุมมองและเจตคติที่เห็นแก่ประโยชน์ของแผนกย่อย ๆ ของตนเอง โดยทำให้แต่ละแผนกย่อย ๆ นั้นมองประโยชน์ภาพรวมขององค์กรเป็นหลัก และยังช่วยปรับปรุงภาพรวมของการปฏิบัติการอีกด้วย



ที่มา : CSCMP Glossary
ขอบคุณภาพจาก : http://relexsolutionscom.c.presscdn.com

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Supply Chain Management - การจัดการโซ่อุปทาน

Supply Chain Management (ซัพพลายเชน แมนิจเมินท์) ภาษาไทยใช้คำว่า "การจัดการโซ่อุปทาน" (ราชบัณฑิตยสภาใช้ว่า "ห่วงโซ่" เหมือนห่วงโซ่อาหาร คือเป็นโซ่ที่ผูกเข้าด้วยกันเป็นห่วงๆ มีความสัมพันธ์เป็นทอด ๆ) หมายถึงการวางแผนและจัดการกิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดหา แปลงสภาพ ตลอดจนกิจกรรมการจัดการโลจิสติกส์ทั้งหมด ที่สำคัญคือเป็นการบูรณาการระหว่างการประสานงานและการร่วมมือกันระหว่างคู่ค้าในทุกช่องทางการกระจายสินค้าซึ่งอาจรวมถึงผู้ผลิตสินค้า ร้านค้าส่ง ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม และลูกค้า
โดยแท้ที่จริงแล้ว การจัดการโซ่อุปทานจะหมายความรวมถึงการบริหารจัดการและสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานทั้งภายในและระหว่างองค์กร

ที่มา : Council of Supply Chain Management Professionals (CSCMP)
ขอบคุณภาพจาก http://www.sccjournal.com

Cross-Docking -ครอสด็อกกิ้ง



Cross-Docking (ครอส-ด็อกกิ้ง) เป็นแนวคิดในการแบ่งบรรจุสินค้า ณ จุดที่รับสินค้า โดยรถบรรทุกขาเข้าที่ขนสินค้าแต่ละชนิดมาจะมาจอดที่ท่ารถ จากนัั้นสินค้าในแต่ละคันรถจะถูกนำมาแบ่งบรรจุเพื่อให้รถบรรทุกขาออกนำไปส่งยังลูกค้าปลายทางอีกครั้งโดยไม่จำเป็นต้องพักสินค้าไว้ที่ศูนย์กระจายสินค้า

การใช้ระบบ Cross-Docking จะช่วยลดต้นทุนการเก็บสินค้าคงคลังและประหยัดเนื้อที่ของศูนย์กระจายสินค้า แต่ต้องมีการจัดตารางเวลาของรถขนส่งให้ดี

ที่มา: APICS Dictionary
ขอบคุณภาพจาก http://www.eurekapub.eu 

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Bull Whip Effect - ปรากฎการณ์แส้วัว

Bull Whip Effect (บุล-วิพ-อิ-เฟ้คท์) เป็นปรากฏการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการผลิตอย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงความต้องการสินค้าเพียงเล็กน้อย สินค้าคงคลังจะเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างฉับพลันจากที่เคยขาดกลายเป็นล้นสต็อก สาเหตุที่ทำให้เกิด Bull Whip Effect เกิดจากปัญหาการสื่อสารคำสั่งซื้อภายในโซ่อุปทานบวกกับความล่าช้าของการขนส่ง ซึ่งสามารถแก้ไขด้วยการปรับปรุงการสื่อสารตลอดโซ่อุปทาน
ขอบคุณภาพจาก : https://www.kbresearch.com
ปล.นึกถึงตอนหิว ๆ แล้วไปสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ สุดท้ายก็กินไม่หมด อารมณ์ประมาณนั้นเลย




Trade Bloc - ข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ

Trade Bloc (เทรด-บล็อค) หมายถึง ข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อลดข้อจำกัดทางการค้าภายในประเทศสมาชิก โดยทั่วไปเป็นข้อตกลงที่กระทำระหว่างประเทศที่มีอาณาบริเวณทางภูมิศาสตร์ประชิดติดกัน (แต่ไม่เสมอไป) 

ตัวอย่างของเทรดบล็อคที่มีชื่อเสียงคือ NAFTA ซึ่งวิกิพีเดียอธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า

"ความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (อังกฤษ: North American Free Trade Agreement) หรือเรียกคำย่อว่า นาฟตา (NAFTA) เป็นองค์กรทางเศรษฐกิจในทวีปอเมริกาเหนือ ในการที่จะร่วมมือกันแสวงหาตลาดส่งออกและลดต้นทุนการผลิตสินค้า เพื่อให้มีราคาถูกลง สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้หลังจากที่สหภาพยุโรป ได้แก้ปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยการเปิดตลาดเสรีเป็นตลาดเดียวแล้ว ผู้นำแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดาและเม็กซิโกได้จัดประชุมกันเมื่อ พ.ศ. 2535 ที่จะเปิดเสรีทางการค้าระหว่างกันให้เป็นตลาดเดียว และจะลดอัตราภาษีศุลกากรให้เหลือร้อยละ 0 ภายใน 5 ปี โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ. 2537 เป็นต้นไป"


ที่มา : APICS Dictionary และ Wikipedia
ขอบคุณภาพจาก : http://www.investopedia.com/…/1…/pros-and-cons-of-nafta.aspx

Run time - เวลาการผลิต

Run time หมายถึงระยะเวลาที่ต้องการใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าหนึ่งชิ้นหรือหนึ่งล็อต ณ ขั้นตอนหนึ่ง ๆ โดยปกติแล้วเวลาดังกล่าวจะไม่รวมถึงเวลาในการติดตั้งปรับแต่งก่อนเริ่มการผลิต (Set up time)

ที่มา: APICS Dictionary
รูปภาพจาก http://www.managementguru.net
ปล. ศัพท์นี้ถูกใช้ในวงการภาพยนตร์และแวดวงคอมพิวเตอร์ด้วย แต่มีความหมายที่ต่างออกไปเล็กน้อยด้วยนะ

Logistics - โลจิสติกส์

Logistics อ่านว่า โล-จิส-ติกส์ มีผู้ให้นิยามไว้หลากหลาย แต่ในที่นี้ขอยกนิยามจากสถาบันด้านโลจิสติกส์ระดับโลกสักสองที่มาให้พิจารณากัน

1) American Production and Inventory Control Society (APICS) ได้ให้นิยามของ Logistics ไว้ว่า
"ในทางอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ หมายถึง ศาสตร์และศิลป์ในการรับ ผลิต และกระจายวัสดุและผลิตภัณฑ์ไปยังสถานที่ทีเหมาะสมและในปริมาณที่เหมาะสม แต่ในทางการทหาร โลจิสติกส์จะหมายความรวมถึงการเคลื่อนย้ายกำลังพลด้วย"

2) The Council of Supply Chain Management Professionals (CSCMP) ก็ให้คำนิยามของ Logistics ไว้อีกแบบนึงว่า
"โลจิสติกส์ หมายถึง กระบวนการวางแผน นำไปปฏิบัติ และควบคุมวิธีการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการเคลื่อนย้ายและจัดเก็บสินค้าและบริการ ตลอดจนข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงจุดที่มีการใช้งาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของลูกค้า"

อ่านแล้วก็อาจจะงง ๆ กันบ้าง แต่กล่าวโดยสรุปคือโลจิสติกส์เป็นเรื่องของการ "รับ" - "เก็บ" - "จ่าย" - "กระจายสินค้า" อย่างถูกที่ถูกเวลาและถูกใจผู้รับบริการด้วยนั่นเอง

ที่มา : APICS Dictionary และ CSCMP
ขอบคุณภาพจาก : http://www.specialtylogistics.biz