ABC Inventory Control - การควบคุมพัสดุคงคลังแบบ ABC เป็นวิธีการในการควบคุมพัสดุคงคลังโดยการแบ่งพัสดุแต่ละชนิดเป็นหมวดหมู่ตามมูลค่าของการใช้งานซึ่งอ้างอิงหลักการ 80/20 หรือหลักการของพาเรโต (Pareto)
ในการควบคุมพัสดุคงคลังแบบ ABC นั้น พัสดุชนิดที่มูลค่าสูงจะถูกกำกับควบคุมดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิดกว่าพัสดุที่มีมูลค่าต่ำ และพัสดุที่มีปริมาณการใช้งานมากแต่ราคาถูก (เช่น น็อต สกรู แหวนรองน็อต) จะถูกดูแลควบคุมน้อยกว่าพัสดุที่มีปริมาณการใช้งานต่ำแต่ราคาแพง
โดยส่วนมากพัสดุที่มีมูลค่าสูงจะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม A รองลงมาคือ B และ C ตามลำดับ (บางบริษัทมีกลุ่ม D ด้วยนะ) และความถี่ในการตรวจนับพัสดุในแต่ละกลุ่มจะไม่เท่ากัน เช่น พัสดุกลุ่ม A อาจต้องตรวจนับทุกสัปดาห์ พัสดุกลุ่ม B ตรวจนับทุกเดือน และพัสดุกลุ่ม C จะถูกตรวจนับเป็นรายไตรมาส
ที่มา : CSCMP's Supply Chain Management Terms and Glossary
ขอบคุณภาพจาก : http://ft7q323msjfk2hgf49jihjgw.wpengine.netdna-cdn.com
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Logistics Management แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Logistics Management แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
MRP:Material Requirement Planning - การวางแผนความต้องการวัสดุ
MRP:Material Requirement Planning - การวางแผนความต้องการวัสดุ
เป็นชุดของเทคนิคที่ใช้ข้อมูลจากรายการวัตถุดิบ (BOM:Bill of Material) ข้อมูลพัสดุคงคลัง และตารางการผลิตหลัก (Master Production Schedule) ในการคำนวณความต้องการของวัตถุดิบ โดยผลที่ได้จาก MRP คือกำหนดการสั่งซื้อวัตถุดิบทดแทน
นอกจากนี้ เนื่องจาก MRP เป็นการคำนวณที่มีเรื่องเวลามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงต้องมีการปรับตารางในการสั่งวัตถุดิบเมื่อเวลามีการเปลี่ยนแปลงหรือการผลิตจริงมีความคลาดเคลื่อนจากที่วางแผนไว้ เช่น ผลิตไม่ทัน หรือลูกค้ามีการเปลี่ยนวันส่งมอบ
การคำนวณ MRP จะเริ่มจากข้อมูลในตารางการผลิตหลักเพื่อกำหนดปริมาณของวัตถุดิบทั้งหมดที่ต้องการในการผลิตสินค้านั้น ๆ และวันเวลาที่วัตถุดิบนั้น ๆ ต้องแล้วเสร็จ โดยพิจารณาถึงปริมาณวัตถุดิบที่ต้องการในแต่ละขั้นตอนตามรายการวัตถุดิบ และมีการปรับระดับของพัสดุคงคลังทั้งที่มีอยู่ในคลังสินค้าและที่สั่งไปแล้วแต่ยังมาไม่ถึง เพื่อให้ได้ปริมาณสุทธิที่ต้องการเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าส่งลูกค้าได้ตามเวลาที่เหมาะสม
ที่มา : APICS Dictionary
ขอบคุณภาพจาก : http://stage.pacificdesignpartners.com
เป็นชุดของเทคนิคที่ใช้ข้อมูลจากรายการวัตถุดิบ (BOM:Bill of Material) ข้อมูลพัสดุคงคลัง และตารางการผลิตหลัก (Master Production Schedule) ในการคำนวณความต้องการของวัตถุดิบ โดยผลที่ได้จาก MRP คือกำหนดการสั่งซื้อวัตถุดิบทดแทน
นอกจากนี้ เนื่องจาก MRP เป็นการคำนวณที่มีเรื่องเวลามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงต้องมีการปรับตารางในการสั่งวัตถุดิบเมื่อเวลามีการเปลี่ยนแปลงหรือการผลิตจริงมีความคลาดเคลื่อนจากที่วางแผนไว้ เช่น ผลิตไม่ทัน หรือลูกค้ามีการเปลี่ยนวันส่งมอบ
การคำนวณ MRP จะเริ่มจากข้อมูลในตารางการผลิตหลักเพื่อกำหนดปริมาณของวัตถุดิบทั้งหมดที่ต้องการในการผลิตสินค้านั้น ๆ และวันเวลาที่วัตถุดิบนั้น ๆ ต้องแล้วเสร็จ โดยพิจารณาถึงปริมาณวัตถุดิบที่ต้องการในแต่ละขั้นตอนตามรายการวัตถุดิบ และมีการปรับระดับของพัสดุคงคลังทั้งที่มีอยู่ในคลังสินค้าและที่สั่งไปแล้วแต่ยังมาไม่ถึง เพื่อให้ได้ปริมาณสุทธิที่ต้องการเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าส่งลูกค้าได้ตามเวลาที่เหมาะสม
ที่มา : APICS Dictionary
ขอบคุณภาพจาก : http://stage.pacificdesignpartners.com
วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
Logistics Management - การจัดการโลจิสติกส์
Logistics Management (โลจิสติกส์ แมนิจเมินท์) แปลว่า การจัดการโลจิสติกส์ หมายถึงกระบวนการส่วนหนึ่งของการจัดการซัพพลายเชนที่ควบคุมการวางแผนและการปฏิบัติการของการไหลทั้งไปและกลับของทั้งสินค้าและสารสนเทศระหว่างจุดต่าง ๆ ในโซ่อุปทานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า
อย่าสับสนกับคำว่า Supply Chain Management (SCM) เชียว!
จุดสำคัญของการจัดการโลจิสติกส์คือเน้นการจัดการกับ "การไหล" (Flow) ทั้งของสินค้าและสารสนเทศ แต่ไม่เน้นส่วนของการจัดหา การผลิต การสมดุลอุปสงค์และอุปทาน ในขณะที่ SCM เค้าเหมาหมดทุกอย่างที่ว่ามา
สรุปคือ Logistics Management เป็น SubSet ของ Supply Chain Management นั่นเอง ไม่งงนะ?
ที่มา : APICS Dictionary
ขอบคุณภาพจาก : http://oomservices.com/logistics-supply-chain-management/
ขอบคุณภาพจาก : http://oomservices.com/logistics-supply-chain-management/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


